วัดช้างให้ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวสุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวน้ำตกทรายขาวน้ำตกทรายขาวอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาวสวนสมเด็จฯ
 
 

 
 
 
หนังสือพิมพ
 
 
 
 
 
  คำขวัญประจำจังหวัดปัตตานี :  บูดูสะอาด    หาดทรายสวย    รวยน้ำตก    นกเขาดี    ลูกหยีอร่อย    หอยแครงสด  
 

ประวัติเมืองปัตตานี

หลักฐานเอกาสารโบราณปรากฏนามเมืองหรือ รัฐสำคัญแห่งหนึ่งบนแหลมมลาย
ู ซึ่งออกเสียงตามสำเนียงในแต่ละภาษา เช่น หลังยาซูว หลังยาซีเจีย (ภาษาจีน)
ลังคาโศกะ อิลังคาโศกะ (ภาษาสันสกฤต ทมิฬ) เล็งกะสุกะ สังกาสุกะ (ภาษามลายู)
โดยนักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นชื่อเมืองเดียวกัน ที่น่าจะเคยตั้งอยู่ในรัฐเคดาห ์
ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย และจังหวัดปัตตานีในปัจจุบัน นักวิชาการทางประวัติศาสตร์
์และโบราณคดีเชื่อว่าปัตานี เป็นทีแวะพักจอดเรือ เพื่อแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าระหว่าง
พ่อค้าชาวอินเดียทางตะวันตกกับพ่อค้าชาวจีนทางตะวันออกและชนพื้นเมืองบนแผ่นดิน
และหมู่เกาะใกล้เคียงต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเดิมปัตตานี
เป็นอาณาจักรที่เก่าแก่ และมีความเจริญรุ่งเรืองในอดีต
เนื่องจากมีหลักฐานทางโบราณคดีว่าบริเวณอำเภอยะรังมีซากร่องรอยของ
เมืองโบราณขนาดใหญ่ซ้อนทับกันถึง 3 เมือง มีซากโบราณสถานศาสนสถานหลายแห่ง
นอกจากนี้ยังค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก
โดยวัตถุบางชิ้นมีตัวอักษร ซึ่งนักภาษาโบราณอ่านและแปลว่าเป็นอักษรปัลลวะ (อินเดียใต้)
ภาษาสันสกฤตเขียนเป็นคาถาในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน พระโพธิสัตว์สัมฤทธ
ิ์และเศษภาชนะดินเผาที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 สอดคล้องกับ
จดหมายเหตุจีนที่ได้กล่าวถึงไว้ นอกจากนั้นหลักฐานที่ได้ขุดค้นพบยังแสดงให้เห็นด้วยว่า
บริเวณที่ตั้งอำเภอยะรังในปัจจุบันเป็นชุมชนที่มีความเจริญรุ่งเรืองในอดีดและต่อมาได
้ย้ายเมืองปัตตานีมาบริเวณบ้านกรือเซะสันนิษฐานว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์
ทำให้เมืองเดิมไม่เหมาะในการเป็นเมืองท่าการค้า

ต่อมาในรัฐสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (พ.ศ. 2325 - 2352)
ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
ยกทัพหลวงมาปราบปรามพม่าที่มาตีหัวเมืองทางแหลมมลายูจนเรียบร้อย
และในปีพ.ศ.2328กรมพระราชวังบวรฯเสด็จลงไปประทับที่เมืองสงขลา
ได้มีกระแสรับสั่งออกไปยังหัวเมืองปัตตานี เมืองปัตตานีในขณะนั้นขัดขืน
กรมพระราชวังบวรฯจึงมีรับสั่งให้พระยากลาโหมยกกองทัพไทยไปตีเมืองปัตตานีได ้
ในปี พ.ส. 2329 โดยได้กวาดต้อนครอบครัวและศาสตราวุธ
มาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งปืนใหญ่ 2 กระบอก แต่สามารถนำมาได้เพียงกระบอกเดียว
จึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และทรงโปรดเกล้าฯ
ให้จารึกชื่อปืน "พญาตานี" นับว่าเป็นปืนใหญ่กระบอกใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
ปัจจุบันตั้งอยู่ที่หน้ากระทรวงกลาโหมกรุงเทพมหานคร
ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พ.ศ.2352 - 2367)
เกิดความไม่สงบบ่อยครั้ง จึ่งโปรดเกล้าฯ ให้มีผู้กำกับดูแลหัวเมืองมลายู
โดยแบ่งเมืองตานีออกเป็น 7 หัวเมือง ประกอบด้วย เมืองปัตตานี เมืองยะหริ่ง
เมืองสายบุรี เมืองหนองจิก เมืองระแงะ เมืองรามันห์ และเมืองยะลา


*****************************************************

เรื่องน่ารู้


ความหมายของตราสัญลักษณ์
ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี

คลิกดูรายละเอียด >>>



ปี่เซี๊ยะ สัตว์เทพสวรรค์บันดาลโชค
คลิกดูรายละเอียด >>>





  7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
(1) สนามกีฬากรุงโรม (2) หอเอนเมืองปิซา
(3) สโตนเฮนจ์ (4) พีระมิด
(5) ทัชมาฮาล ( 6) กำแพงเมืองจีน (7) นครวัด


ที่สุดของโลก
คลิกดูรายละเอียด >>>




 
   
   
Free Counter
Free Counter


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

e - mail: pattani@thaismile.org
 
 
All Rights Reserved.2006